Wednesday, February 13, 2013

Valentine’s Day

            เดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยความรัก เป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้แสดงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่เรารักและปรารถนาดี อยากให้เขามีความสุข “วันที่ 14 กุมภาพันธ์” วันแห่งความรักหรือ Valentine’s Day เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การ ดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การ ทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine”

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมายของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้วาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการ ปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่งบัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ประวัติ วันวาเลนไทน์นี้ เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา จนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียง หนึ่งในหลายๆเรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติ ที่แท้จริง จะเป็นอย่างไรก็ตาม ใน ปัจจุบัน นี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็น วันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยที เดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและ การ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษ ของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึก ดีๆ ให้แก่กัน...

สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์

          สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม) 

          ตำนาน ความรักของ เทพเจ้าคิวปิด นั้น ในอดีต เทพเจ้าวีนัสอิจฉา "ไซกี" ธิดาวัยกำลังแรกรุ่นของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่สำคัญคือไซกีสวยกว่าเทพเจ้าวีนัสมาก นางเลยส่งเทพเจ้าคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่เทพเจ้าคิวปิดกลับหลงรักไซกีและพามาที่วัง และลอบมาหาในเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนยุให้ไซกีแอบดูตอนเทพเจ้าคิวปิดนอนหลับ แต่ด้วยความตื่นเต้นของไซกีที่เห็นเทพเจ้าคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงาม เลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่เทพเจ้าคิวปิด เมื่อเทพเจ้าคิวปิดรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำสั่ง จึงทิ้งนางไป

          เมื่อ โดนทิ้ง ไซกีก็ออกตามหาเทพเจ้าคิวปิด ซึ่งตลอดเวลาไซกีถูกเทพเจ้าวีนัสกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา จนเทพเจ้าคิวปิดเห็นใจต้องเข้ามาช่วย เทพเจ้าจูปิเตอร์เห็นใจ จึงช่วยให้ทั้งสองได้ครองรักกัน

ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์

          หลายร้อยปีก่อนในประเทศอังกฤษ เด็ก ๆ จะแต่งตัวลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ในวันวาเลนไทน์ แล้วร้องเพลงจากบ้านหลังหนึ่งไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ในเนื้อเพลงท่อนหนึ่งจะกล่าวว่า " Good morning to you, Valentine ; Curl your locks as I do mine --- Two before and three behind. Good morning to you, Valentine."

          ในประเทศเวลส์ ผู้ที่มีความรักและชื่นชมในงานช้อนไม้แกะสลัก จะทำการแกะสลักช้อนและมอบให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ โดยจะสลักรูปหัวใจ และลูกกุญแจไว้บนช้อนนั้น ซึ่งมีความหมายว่า "คุณได้ไขหัวใจของฉัน" (You unlock my heart)

          เด็ก หนุ่มสาวจะทำการเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบ แล้วหย่อนไว้ในอ่างหรือชาม แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งชื่อ เพื่อดูว่าใครจะเป็นคู่ของตัวเองในวันวาเลนไทน์ หลังจากนั้นก็จะเอาชื่อที่หยิบได้นี้มาติดไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหนึ่ง สัปดาห์ การทำเช่นนี้มีความหมายว่า คนๆ นั้นต้องการบอกคนทั่วไปรู้ได้ง่าย ๆ ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร

          ในบางประเทศ ผู้หญิงจะได้รับของขวัญเป็นเครื่องแต่งกายจากผู้ชาย แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเก็บของขวัญชิ้นนี้เอาไว้นั่นหมายถึงหล่อนจะแต่งงานกับเขา
บางคนมีความเชื่อว่า ถ้า ผู้หญิงคนใดเห็นนกโรบินบินผ่านเหนือศรีษะตนเองในวันวาเลนไทน์ นั่นหมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับกะลาสีเรือ หรือถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกกระจอก หล่อนก็จะได้แต่งงานกับชายยากจนและจะมีความสุข และถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนก Goldfinch หมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี

          ในบางประเทศจะมีการทำเก้าอี้แห่งรักขึ้นมา ซึ่งจะเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดกว้าง ในครั้งแรกที่มีการทำเก้าอี้นี้ขึ้นมาก็เพื่อจะให้ผู้หญิงที่แต่งตัวในชุด ราตรีนั่ง ต่อมาเก้าอี้แห่งรักนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองส่วนและมักจะทำเป็นรูปตัวเอส (S) ซึ่งการทำเก้าอี้ทรงนี้จะทำให้คู่รักสามารถนั่งด้วยกันได้ แต่จะไม่ใกล้ชิดกันจนเกินไป

          บางธรรมเนียมในบางแห่งของโลก เด็กหนุ่มสาวจะนึกถึงชื่อของคนที่ตัวเองอยากจะแต่งงานด้วยประมาณห้าถึงหก ชื่อ ในขณะที่ปอกเปลือกผลแอปเปิ้ลนั้นให้เป็นขดนั้น ก็ให้เอ่ยชื่อของคนที่นึกถึงออกมาจนกว่าจะปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้หมดผล และเชื่อกันว่า คนที่จะได้แต่งงานด้วยนั้นคือคนที่เอ่ยชื่อถึงในขณะที่ปอกเปลือกของแอปเปิ้ล ได้หมดพอดี

          ในบางประเทศมีความเชื่อว่า ถ้าหากผ่าผลแอปเปิ้ลออกมาเป็นสองซีก แล้วให้นับเมล็ดข้างในดู แล้วก็จะสามารถรู้จำนวนบุตรในอนาคตได้
ความเชื่อ และวิธีการถือปฏิบัติต่างๆ การแสดงออกถึงความรัก อยู่ที่ใจเราจะเลือกทำค่ะ ^^
ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวท่านใด ที่เลือกวันแห่งความรักเป็นธีมงานแต่งงานของคุณ วันนี้เรามีไอเดียการจัดงานแต่งงานธีมวาเลนไทน์มาฝากกันค่ะ..













Friday, February 8, 2013

เพลงงานแต่ง 2013


เพลงงานแต่งงานที่มีความหมายดีๆใหม่ๆมาอัปเดทให้ว่าที่บ่าวสาวนะคะ หรือคนอินเลิฟคนที่กำลังมีความรัก ลิสเพลงนี้เป็นเพลงล่าสุดที่ฮิตในต้นปีนี้ ที่ดังและไพเราะเป็นที่นิยมกัน


1. ไม่พูดก็เข้าใจ (Ost. ตะวันฉายในม่านเมฆ)

2. Lipta : : แค่รู้ว่ารัก

3. ปัจจุบัน : ETC – Love & Hope Project

4. ง้อแง้ งอแง – ละอองฟอง

5. คนเหงาที่ไม่เคยเหงา – ว่าน ธนกฤต

6. Lula : Lazy Sunday 2 : มันคือความรัก

7. ไม่ใช่ความลับ – เอ๊ะ จิรากร (official)

8. สิงโต นำโชค – อยู่ต่อเลยได้ไหม

9. ROOM39 : ฉันต้องคู่กับเธอ

10. ให้รักมันโตในใจ – ณเดชน์

11. อเวนิว วัชราวลี

12. อยากให้โลกแคบลง – เบล สุพล

13. ฉันจะกอด (Hug) – Lula (ลุลา)

14. เชื่อในตัวฉัน – แหนม รณเดช

15. ไม่มีใคร ยังไงก็มีเธอ – ป๊อบ

16. สักวันที่ฉันมีเธอ – ต้อง&เจนนี่

17. โอมจงเงย สแตมป์

18. MILD – LOVE SICK

19. 25 hours – Lady

20. เบลล์ นันทิตา – รักคนรอ

21. Jetset’er : : คืนนี้

22. รักแรกพบ tattoo colour

23. Skykick Ranger – กอดได้ไหม

24. synkornize – ครึ่งหนึ่ง

25. น้ำผึ้งพระจันทร์ Jetset’er

26. เพราะเธอคือคำตอบ ETC

27. มากกว่ารัก โรส ศิรินทิพย์

28. ของขวัญ-Musketeers

29. ไม่ธรรมดา -เบล สุพล

30. ไม่ใช่ความลับ – เอ๊ะ จิรากร

31. ทราย – วัชราวลี plus

32. 25 hours – คนข้างๆ

33. ROOM39 : ฉันต้องคู่กับเธอ

34. Avenue – วัชราวลี

35. ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ – ดา เอ็นโดรฟิน

36. จากนี้ไปจนนิรันดร์-เอ๊ะ จิรากร

37. ไม่มีตรงกลาง – เอ๊ะ จิรากร

38. ฉันดีใจที่มีเธอ บอย โกสิยพงษ์ Ft. ใหม่

39. รัก – บอย โกสิยพงษ์ feat. อัญชลี จงคดีกิจ

40. เรื่องจริง ป๊อด – บอย โกสิยพงษ์

41. เจ้าหญิง บอย โกสิยพงษ์

42. สติ้กเกอร์ Bodyslam

43. สักวันฉันจะดีพอ – Bodyslam

44. จันทร์ยังเต็มดวง – Bodyslam

45. ชีวิตที่ฉันเหลืออยู่ – Bodyslam

46. คนที่ถูกรัก – Bodyslam

47. คนมีตังค์ – Bodyslam

48. ก่อนตาย – Big Ass

49. ไม่ค่อยเต็ม – Big Ass

50. เล่นของสูง – Big Ass

51. คนไม่เอาถ่าน – Big Ass

52. พรหมลิขิต – Big Ass

53. ฝุ่น – Big Ass

54. เพียงรัก – Silly Fools

55. นางฟ้า – Silly Fools

56. ฟังดูง่ายง่าย – Silly Fools

57. ขี้หึง – Silly Fools

58. วัดใจ – Silly Fools

59. 150 cc. – Silly Fools

                                                                                      ข้อมูลจาก inatt.com

Thursday, February 7, 2013

Pink Pastel Wedding


“สีพาสเทล” คือสีที่ซอฟลงจากแม่สี หรือในความเข้มของสีในระดับ 100% จะลดลงจากความเข้มข้นของสีราว 50-90%  หรือในทางทฤษฏี สีพาสเทล หมายถึง แม่สีที่ใช้สีขาวผสมลงไปเพื่อลดความเข้มของสี ทำให้สีทีได้ซอฟลง ดูอ่อนหวานมากขึ้น เหมาะกับสภาวะโลกร้อนในตอนนี้ สรุปโดยรวมความหมายของสีพาสเทลก็คือสีที่ อ่อนหวาน นุ่มนวล ดูแล้วสบายๆ ตา ให้เรารู้สึกเย็นกายเย็นใจขึ้นได้เพียงแค่มอง

สำหรับงานแต่งงาน สี Pastel จะแสดงออกถึง ความรักอันหอมหวานของคู่บ่าวสาวได้เป็นอย่างดี อาจเพราะโทนสีพาสเทล (Pastel) ให้อารมณ์อบอุ่น อ่อนหวาน โรแมนติก ดูแล้วสบายตา อีกทั้งยังไม่ฉูดฉาดมากเกินไป จึงไม่แปลกที่เดี๋ยวนี้คู่บ่าวสาวมักหยิบเอาโทนสีพาสเทลเป็นธีมหลักของงาน แต่งงาน แถมบางงานยังนำสีขาวเข้าไปผสมผสานจนทำให้เกิดบรรยากาศหอมหวานนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าคงมีคู่บ่าวสาวอีกหลายคู่ กำลังเลือกเฉดสีสำหรับเป็นธีมแต่งงาน แต่ไม่ว่าจะ มิกซ์แอนด์แมทช์อย่างไรก็ดูเหมือนไม่ลงตัวซะที วันนี้เรามีเฉดสีพาสเทลมาแนะนำกันค่ะ

สำหรับคู่บ่าวสาวที่อยากได้ธีมงานแต่งงานสี PASTELน่ารัก ๆ แต่ยังเลือกไม่ได้ซะทีว่าจะให้ออกมาเป็นแบบไหน วันนี้เรานำเอาธีมงานแต่งงานสี PASTEL ชมพูหวาน ๆ มาฝากกัน  “ชมพูอ่อน” สื่อถึงความรักที่อ่อนหวาน น่ารัก และ สดใส เหมือนเด็ก ที่ มีความกระชุ่มกระชวย ในเรื่องความรักตลอดเวลา ชมกันได้เลยค่ะ ^^















Tuesday, February 5, 2013

Chinese wedding dress - Qipao


“กี่เพ้า” ในภาษาจีนเรียกว่า "ฉีผาว" (旗袍) เป็นเครื่องแต่งกายสำหรับสตรีชาวจีน มีลักษณะเหมือนเสื้อ มีชายเสื้อยาวปกคลุมท่อนขา ขนาดพอดีตัว ด้านข้างมีตะเข็บผ่าเพื่อให้ก้าวขาได้สะดวก รูปแบบของฉีผาวในปัจจุบัน ได้รับการปรับปรุงในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920 ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ให้มีรูปทรงแนบกับสรีระ เพื่อเน้นทรวดทรงของผู้สวมใส่ เป็นแฟชั่นที่นิยมในสังคมคนชั้นสูงของจีนในช่วงปลายราชวงศ์ชิง จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีการดัดแปลงให้ชายฉีผาวสั้นลง ปรับปรุงแบบคอปก และเนื้อผ้าแบบต่างๆ หลังจากที่กี่เพ้ากลายเป็นที่นิยมในหมู่สาวจีน ชุดกี่เพ้าก็เริ่มมีลวดลายแฟชั่นมากยิ่งขึ้นมีการใช้ลายกราฟฟิคมาแทนที่การปักลวดลายดอกไม้ และสัตว์มงคล

ในปัจจุบันดีไซเนอร์หลายท่านมักจะถ่ายทอดความงดงามของอิสตรีผ่านชุดกี่เพ้าที่ถูกนำมาตีความใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ ไม่ว่ากี่ยุคสมัย กี่เพ้าก็ยังคงเอกลักษณ์ปกตั้ง ใช้ผ้าชิ้นเดียว และผ่าข้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นกี่เพ้า ปัจจุบันผู้หญิงนิยมสวมใส่กี่เพ้าในโอกาสสำคัญของชีวิตต่างๆ รวมไปถึงงานแต่งงาน ส่วนลวดลายก็มีความหมายต่างๆ กันไป เช่น มังกรและหงส์(เป็น ลวดลายสำหรับเจ้านาย สมัยก่อนมีไว้สำหรับเชื้อพระวงศ์เท่านั้น) ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในงานมงคล เช่นเดียวกับลายดอกโบตั๋นและดอกบัว ส่วนลายต้องห้ามก็มีคือลาย “ห่าน” ซึ่งเป็นสัตว์อัปมงคลตามความเชื่อของชาวจีนจึงไม่นิยมนำมาปักบนชุดกี่เพ้าค่ะ วันนี้! เรานำชุดกี่เพ้ารูปแบบต่างๆ มาให้ชมกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตามแบบดั้งเดิมที่ความนิยมไม่เปลี่ยนแปลง และแบบทันสมัยดัดแปลงให้เข้ากับแฟชั่นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น มาชมกันเลยค่ะ ^^


























Monday, February 4, 2013

Wedding Love Songs 2013 - English


Celebrities' First dance Songs (เพลงแต่งงาน)
คู่รักคนดังเต้นรำกับครั้งแรกในเพลงเฟิร์สต์แด๊นซ์สุดหวานสุดคลาสสิกและสุดอัลเตอร์เนทีฟ

David Beckham - Victoria Adams:


Justin Timberlake - Jessica Biel: A Song for You by Donny Hathaway

Drew Barrymore - Will Kopelman: No One's Gonna Love You by Band of Horses

Paul McCartney - Nancy Shevell: My Valentine by Paul McCartney

Reese Witherspoon - Jim Tosh: Make You Feel My Love by Bob Dylan

Lauren Bush - David Lauren: Vanishing Breed by Michael Martin Murphey

Michael Buble - Luisana Lopilato: Everybody Loves Somebody by Dean Martin

Kim Kardashian - Kris Humphries: Let's Stay Together by Al Green

Kate Moss - Jamie Hince: If There Is Something by Roxy Music

LeAnn Rimes - Eddie Cibrian: When It Don't Come Easy by Patti Griffin

Joel Madden - Nicole Richie: What a Wonderful World by Louis Armstrong

Hilary Duff-Michael Comrie:  Stand by Me byBen E. King

Chelsea Clinton - Marc Mezvinsky: At Last by Etta James

Ivanka Trump - Jason Kushner: This Year's Love by David Gray

Khloe Kardashian - Lamar Odom: Angel by Anita Baker

Ellen DeGeneres - Portia de Rossi: Ribbon in the Sky by Stevie Wonder

Tom Cruise - Katie Holmes: Songbird by Fleetwood Mac

Nicole Kidman - Keith Urban:
At Last by Etta James

Britney Spears - Kevin Federline: City by the Bay by Journey

Brad Pitt - Jennifer Aniston: The Way You Look Tonight by Frank Sinatra

John F. Kennedy Jr. - Carolyn Bessette:
Forever In My Life by Prince

Jenna Bush - Henry Hager
: Lovin' In My Baby's Eyes by Taj Mahal

Billy Joel - Katie Lee: Moon River by Audrey Hepburn

Top 5 First Dance Songs (เพลงแต่งงาน)
เพลงเฟิร์สต์แด๊นซ์ยอดนิยมตลอดการ


1. At Last - Etta James

2. Can't Help Falling in Love - Elvis Presley

3. Marry Me - Train

4. You and Me - Dave Matthews Band

5. All my Life - K-Ci & Jojo / The Way you look tonight - Frank Sinatra

2013 - Top 5 First Dance Songs (เพลงแต่งงาน)
เพลงเฟิร์สต์แด๊นซ์มาแรงแห่งปี 2013


You Are The Best Thing - Ray LaMontagne

A Thousand Years - Christina Perri

At Last - Etta James

Can't Help Falling in Love - Elvis Presley

I Won't Give Up - Jason Mraz

Top 10 - Must Play Wedding Songs (เพลงแต่งงาน)
เพลงนี้ต้องเปิดทุกงานแน่ตลอดปีนี้


1. Don't Stop Believin' - Journey

2. Dancing in the Moonlight - King Harvest

3. Everything - Michael Buble

4. Call Me Maybe - Carly Rae Jepsen

5. Brown Eyed Girl - Van Morrison

6. Paradise - Coldplay

7. Love Story - Taylor Swift

8. Better Together - Jack Johnson

9. We Found Love - Rihanna

10. Marry You - Bruno Mars

                                                                                           ขอบคุณจาก We Magazine